อันตรายที่แฝงอยู่ในปลาร้า

อันตรายที่แฝงอยู่ในปลาร้า ที่หลายคนอาจมองข้ามหรือไม่เคยรู้มาก่อน

อันตรายที่แฝงอยู่ในปลาร้า ปลาร้าอาหารพื้นบ้านภาคอีสานของประเทศไทยที่ได้รับความนิยมแพร่หลายที่นำมาเป็นส่วนผสมอาหารหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นส้มตำ ยำหรือในแกงต่างๆก็สามารถนำมารับประทานได้หลายรูปแบบแต่ในการรับประทานก็ควรจะ อย่างถูกหลักอนามัยเพราะอาจจะมีอันตรายที่แฝงอยู่ในตัวปลาร้าที่หลายคนมองข้ามเพราะว่ารสชาติของปลาร้ามีความแซ่บนัวจึงไม่อยากให้มองข้ามตรงนี้ไป

อันตรายที่แฝงอยู่ในปลาร้า

อาหารที่ใครหลาย ๆ คนชอบทานอาจมี อันตรายที่แฝงอยู่ในปลาร้า

  • เสี่ยงต่อการเป็นโรคพยาธิอย่างที่ทราบกันดีว่าปลาร้าจะทำมาจากปลาน้ำจืดและนำมาหมักกับเกลือและรำข้าวการรับประทานปลาร้าประเภทแบบไม่ปรุงสุกก็ทำให้เกิดได้รับเชื้อพยาธิจากปลาน้ำจืดที่อาจจะอยู่ในตัวปลาที่ยังไม่สุก ดังนั้นการรับประทานปลาร้าควรทำให้สุกก่อนที่มากกว่า 90องศาเซลเซียสขึ้นไป
  • ขอแนะนำ วิธีดูแลตัวเอง และถ้าหากรับประทานปลาร้าแบบไม่สุกและได้รับพยาธิจากบปลาน้ำจืดที่เรียกว่าพยาธิใบไม้ในตับก็จะทำให้สามารถก่อตัวกลายเป็น ตับอักเสบรักษาไม่ทันท่วงทีก็อยากเป็นสาเหตุของการก่อเกิดเป็นมะเร็งตับได้ดังนั้นการรับประทาน ปลาร้าทุกครั้งควรทำให้สุก
  • เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงเพราะการรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูงและปลาร้าเป็นอาหารที่มีการหมักดองมาจากเกลือซึ่งอาหารหมักดองและอาหารที่มีโซเดียมสูงเป็นอาหารที่ก่อให้เกิดความดันโลหิตสูงดังนั้นถ้า ทานปลาร้าในปริมาณที่มากแล้วติดต่อกันเกินไปก็จะสามารถเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงง่ายขึ้น
  • เสี่ยงต่อการเป็น โรคไตการรับประทานอาหารใดๆก็ตามจะต้องมีการกรองของเสียออกที่ไตและการกรองโซเดียมออกจากร่างกายจึงส่งผลกระทบให้ไตทำงานหนั และเมื่อรับประทานโซเดียมมากขึ้นติดต่อกันหลายๆวันก็จะทำผสมทำให้เกิดมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตได้สูง
  • ในของหมักดองทุกประเภทรวมถึงปลาร้าจะมีสารที่ชื่อว่าไนโตรซามีน (Nitrosamines) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่งที่จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับมะเร็งหลอดอาหาร อาหารเสียงมะเร็ง โรคภัยใกล้ตัวที่ควรระวัง มะเร็งทางเดินอาหารและมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
อันตรายที่แฝงอยู่ในปลาร้า ที่หลายคนอาจมองข้าม

ควรจะรับประทานปลาร้าอย่างไรถึงจะห่างไกลอันตราย

            แม้ว่าในตัวปลาร้าเองจะไม่ค่อยมีสารอาหารเท่าไหร่มากนักแต่ก็เลยยอมรับกันว่าจะใส่ปลาร้าลงในอาหารเป็นการชูรสชาติอาหารอย่างหนึ่งจึงทำให้คนติดใจในรสชาติของปลาร้าและรับประทานปลาร้าอย่างแพร่หลายในการรับประทานปลาร้านนี้ก็ควรจะมีจำนวนวิธีที่ถูกต้องตามหลักอนามัยดังนี้

  • รับประทานปลาร้าที่สุดเท่านั้นโดยการนำไปปรุงอาหารด้วยการต้มหรือผ่านความร้อนที่ 90 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 5 นาทีขึ้นไป
  • รับประทานปลาร้าในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากเกินไป และควรรับประทานร่วมกับอาหารอื่นๆ เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน
  • เลือกซื้อปลาร้าที่ มีทะเบียนอ.ย.ถูกต้องเพราะจะทำให้ได้รับการรับรองว่าผ่านคุณภาพและมีความสะอาดในมาตรฐานที่รองรับได้
อันตรายที่แฝงอยู่ในปลาร้า -เสี่ยงต่อการเป็นโรคพยาธิ

จะรับประทานอาหารประเภทหมักดองจากปลาน้ำจืดเช่นปลาส้มปลาจ่อมจึงควรระวังทุกประเภทเพราะว่าเป็นปลาน้ำจืดจะเสี่ยงต่อการได้รับพยาธิใบไม้ในตับหากพบว่ามีอาการตัวเหลืองท้องเสียคลื่นไส้อาเจียนควรไปพบแพทย์ทันทีเพราะอาจจะพบว่าเป็นพยาธิใบไม้ในตับ ขอขอบคุณคำแนะนำดี ๆ จากเว็บไซต์ ufabet007 ที่สางบทความดี ๆ มาให้เราได้ศึกษาข้อมูลและดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคมากขึ้น